ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletบ้านเกาะหมาก
bulletเกาะหมากโคโค่เคปรีสอร์ท
bulletซินนาม่อนอาร์ตรีสอร์ท
bulletสกายบีชรีสอร์ท
bulletเกาะหมากรีสอร์ท
bulletซีวาน่าบีชรีสอร์ท เกาะหมาก
bulletมากะธานีรีสอร์ท
bulletลิตเติ้ลมูนวิลล่าเกาะหมาก
bulletบิ๊กอีซี่เกาะหมาก
dot
dot
bulletบ้านสวนเกาะกูดโฮมสเตย์แอนด์คอฟฟี่
dot
dot
bulletArtist's Place, TRAT
bulletพบทะเลรีสอร์ท Meet The Sea
dot
dot
bulletอาณาจักรความรักของสมชาย
dot
รับจดหมายข่าว

dot


จองเรือเร็วไปเกาะหมาก
ดำน้ำตื้น
จองห้องพักเกาะหมาก
แพคเกจทัวร์ เที่ยวเกาะหมาก


เกาะหมาก ฉันรักเธอจัง ภาค 1

   เมื่อสักสิบปีที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ได้เหยียบย่างสู่ แหลมงอบที่ตั้งของหลักเขตสุดเขตตะวันออก เพื่อเดินทางไปยังเกาะหมากเพราะใครบางคนในกลุ่มเพื่อน ตอนนั้นไม่ทราบเลยว่ามันมีด้วยเหรอวะไอ้เกาะหมาก ฟังดูเหมือนจะมีประมาณสวนหมากที่คนเฒ่าคนแก่กินกัน แต่เอาวะไปก่อไป.............แต่ทว่ามันได้สร้างความประทับใจไปซะแล้วตั้งแต่แรกพบแล้วละ

   เวลาผ่านไปอีกห้าหกปี(จากเมื่อสิบปีที่แล้วบวกลบกันเองนะครับ) โอกาสที่ไม่คาดฝันมาถึง เพราะคิดถึงเกาะหมาก หรือเพราะใครบางคน หรือเหตุการณ์มันพาไปไม่ทราบ หรือว่าไม่มีเหตุผล(งง)นั้งมองดูท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าที่บ้าน หยิบโทรศัพท์เรียกให้เจ้าหนุ่มมารับไปสถานีขนส่งเชียงใหม่ เก็บเสื้อผ้ายัดๆใส่เป้ ไปเกาะหมากดีกว่า (คนเดียวเนี้ยนะ เอ่อ) การเดินทางเริ่มขึ้นตั้งแต่เจียงใหม่(เชียงใหม่) ไปถึง บางกอก ตอนตีห้าครึ่ง หิววววววแวะซื้อขนมกินพอประทัง นั่งแท๊กซี่ลงเอกมัยสายตะวันออกต่อรถไป จ.ตราด (รถเที่ยวแรก 6 โมงเช้า ค่ารถตอนนั้น 160บาทครับ) อีก 5 ชั่วโมง ระหว่างทางฝนตกโปรยปรายเพราะย่างเข้าฤดูฝนแล้วจำได้ว่าวันที่ 18 พฤษภาคม ฝนสาดมาเป็นเม็ดฝนเกาะกระจกด้านนอก อย่างกะมิวสิควีดีโอยังไงยังงั้น ดีที่ไม่นั่งร้องไห้อีก โอ้!!! กะจะหลับสักงีบก็ไม่หลับ นั้งคิดอะไรเพลินๆ มองดูวิวข้างทาง จนมาถึงสถานีขนส่งจ.ตราด แวะทานข้าวกลางวันอย่างหื่นเอ้ย! หิวกระหาย
 
   พออิ่มสบายท้องแล้วมองหารถสองแถวเพื่อไปท่าเรือแหลมงอบ สองข้างทางจะมีชาวบ้านนำปลาหมึก ปลา ออกมาตากผึ่งแดด เรียงรายกันบอกถึงวิถีชีวิตแห่งชาวเลได้อย่างชัดเจน รถแล่นมาถึงท่าเรือแหลมงอบใช้เวลาเพียง20 นาที ส่วนค่ารถจำไม่ได้แล้วอะครับคงสักยี่สิบหรือสี่สิบประมาณนี้ ลงไปติดต่อเรือเพื่อไปเกาะหมากค่าเรือ 350 บาท ไป- กลับ(ตอนนี้ 500บาท ส่วนเรือเร็ว ก็ 900 บาทครับ) ซึ่งเป็นเรือช้าครับมีเที่ยวเดียวขาไป ตอนบ่ายสามโมง ขากลับจากเกาะหมากตอนแปดโมงเช้า ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ระหว่างรอเรือออกตอนบ่ายสาม เวลายังเหลืออีก2 ชั่วโมง ทำไรดี เดินดูของแถวๆท่าเรือ ร้านขายเสื้อผ้า ของที่ระลึก สินค้าพื้นบ้านนานาชนิดถูกวางเรียงรายชวนซื้อ สุดท้ายก็มานั้งจิบเบียร์ พร้อมสั้งกับแกล้มมานั้งรอให้สบายอุรา : ) ........... เสียงเรียกของเจ๊ร้านข้างๆว่าเรือจะออกแล้ว เก็บของเดินทางต่อไปเลือกนั้งด้านข้างใกล้ๆกาบเรือ พอเรือแล่นออกไปสักพักก็เริ่มเบื่ออีก ออกมาเดินด้านท้ายเรือมองดูน้ำกระเพื่อมจากเครื่องท้ายเรือดูสวยไปอีกแบบ ปลาตัวเรียวเล็ก สีเงินสะท้อนแดดยามบ่ายกระโดดเล่นตามคลื่นที่ซัดไปมาหลายตัวอย่างสนุกสนาน มุมเล็กๆอย่างนี้ก็มีสีสันของอีกหลายชีวิต เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือยังไม่มีใครมานั่ง(มานั้งก็บร้าแล้วร้อนตายอ่า) ผมนี่แหละคนคนนั้น นั้งเอาหน้าขาวๆมาโต้ลมเล่น เอ่ออก็ดีไปอย่างนะ คิดไปคิดมาเหมือนเจ้าตูบที่ชอบโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถยนต์มันก็คงคิดเหมือนกัน * _ *! แสงแดดเริ่ม อ่อนแสงลง ลมเริ่มเย็นขึ้นทำให้อุณหภูมิใจเริ่มชื่นขึ้น มือเริ่มหยิบล้วงหาน้องเมีย เบียร์! มาเปิดกินไปพอชื่นใจพร้อมถั่วทอดที่เป็นกับแกล้มที่อร่อยที่สุด(มีอย่างเดียวอะ) ไม่ได้เป็นคนขี้เหล้าขี้เมานะครับ บรรยากาศแบบนี้ก็อะนะนิดส์หน่อย
 
 
     เรือแล่นผ่านเกาะกระดาดที่ดูแล้วเหมือนในหนังเลยครับที่ประมาณว่าเป็นเกาะโผล่พ้นน้ำมา และมีต้นมะพร้าวขึ้นอะนะ ที่เรียกว่าเกาะกระดาดเพราะแต่เดิมมีต้นกระดาดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า “เกาะกระดาด” ไม่รู้ตอนนี้ยังมีอยู่รึเปล่านะ  สวยครับดูเรียบๆสงบๆ  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก มีพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่ นับเป็นเกาะเดียวในประเทศไทยที่มีการออกโฉนดถูกต้องตามกฏหมาย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากฝรั่งเศสได้เข้ามาล่าอาณานิคมในแถบ เอเชียอาคเนย์ และพยายามยึดครองดินแดนของไทย เกาะกระดาดก็เป็นที่หมายหนึ่งของฝรั่งเศสด้วย รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกโฉนดที่ดินของเกาะขึ้น ลักษณะโดยทั่วไปของเกาะมีหาดทรายยาวขาวสะอาด มีแนวปะการังที่สวยงามตลอดชายฝั่ง บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย ฮึมมม!!มีสาระซะหน่อยนะ
 
   ในที่สุดก็มาถึงเกาะหมาก เรือเทียบท่าที่อ่าวนิด แต่ละคนก็จะมีเจ้าของรีสอร์ท ต่างๆมารอรับ ผมเองไม่ได้นัด ไม่ได้จองอะไรสักอย่าง เอาละสิ จะไปยังไง พักที่ไหนเนี้ยะ นั้นไงเจอแล้วครับเจ๊อ้อยเจ้าของรีสอร์ทที่ผมมาพักคราวที่แล้ว เข้าไปตีสนิทอย่างคนรู้จักกันแต่ดูเจ๊เค้าจะงงๆอยู่ว่ามารู้จักตรูเมื่อไหร่ฟะ พอแนะนำตัวเจ๊แกก็ร้องอ่อทันทีก็เลยนั้งรถแกไปแถวๆอ่าวสนใหญ่จำชื่อที่พักไม่ได้อะครับ ที่พักก็เปลี่ยนไปมากจากเดิมเพราะย้าย ขยับขึ้นมาจากหาดมาค่อนข้างเยอะ แต่ก็ดูแยกเป็นสัดส่วนมากขึ้น บ้านพักเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 5 หลังวันที่ผมไปมีพัก3หลังๆละหนึ่งคนเป็นน้องผู้หญิงที่กำลังจะไปเปิดร้านที่ปาย คนนึง และฝรั่งคนนึง เข้าท่าดีครับแต่ละคนก็มาคนเดียวมาเพื่อพัก พักทุกสิ่ง หลังจากเหนื่อยล้ามากับหน้าที่การงาน อย่างน้อยก็มีเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันในวันนี้ ก็เลยมีเพื่อนนั่งคุยระหว่างมื้อเย็นวันแรกจากได้พูดคุยกันเราได้เปิดมุมมองใหม่ๆของชีวิตแต่ละคนได้ดีทีเดียวครับ  ค่ำนี้ก็เลยนอนหลับสบายท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำตกมาอย่างกะฟ้ารั่ว
 
  เสียงคลื่นยามเช้าปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอย่างสุขสบาย อากาศที่ขมุกขมัวในตอนเย็น แปรเปลี่ยนเป็นโล่งโปร่งไร้เมฆหมอกใดๆในเช้านี้(ใครว่าทะเลหน้ามรสุมไม่สวย ผมคนนึงละขอเถียง)แล้วจะทำอะไรได้นอกจากถอดเสื้อออก เหลือเพียงร่างที่เปลือยเปล่า กับกางเกงขาสั้น(ตรงไหนฟะ) ตัวเดียวกระโดดลงทะเล ลอยคอเล่นอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคลื่นระลอกเล็กๆที่ค่อยสาดซัดเข้ามา เล่นน้ำสักพัก ก็ขึ้นมาอาบน้ำ และทานอาหารเช้า    มาคราวที่แล้วได้ดำผิวน้ำดูประการังแถวเกาะระยั้งนอก ระยั้งใน ที่สวยงามและเหมือนถูกต้องมนส์สะกดให้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งใต้ทะเล ความทรางจำนั้นไม่มีวันลืมเลือน แม้คราวนี้จะไม่ได้ไปแค่ได้คิดถึงก็สุขใจแล้ว  หยิบหนังสือมาอ่านพร้อมหมอนใบนั้นที่เราฝันเมื่อคืนมานอนเอกเขนกบนเปลหน้าบ้านพัก ลมพัดเอื่อยๆกับหนังสือที่ตอนนี้มันมาวางบนหน้าแล้วชวนให้หลับได้ดีทีเดียว อยากนอนก็นอนไม่ได้เร่งรีบไปไหนนี่..........ชีวิต3คืน2วันวนเวียนและเรียนรู้สิ่งรอบตัวอย่างต่างกันไปแม้จะเป็นที่เดิม ร้านเดิม ที่พักเดิม   แต่มีบางอย่างที่เข้ามาใหม่และสลับสับเปลี่ยนเข้ามาให้ได้สัมผัสไม่เคยซ้ำ นั้นคือสายลมและคลื่นที่ไม่เคยหลับใหล ได้พัดพาเอาความไม่สบายใจ ความทุกข์ออกไป และได้นำความรู้สึกดีๆเข้ามาด้วยสัมผัสแห่งจิตที่ปล่อยวางอย่างสงบพร้อมกลับไปสู้และรับมือกับงานด้วยสติแห่งการเรียนรู้
 
          ...........5 ปีต่อมา.......“อยากไปเที่ยวทะเล.....ไปไหนดีอะ ”คำถามจากเพื่อนกลุ่มใหม่ แต่คำตอบที่ผมมีให้ ยังคงเป็นเกาะหมาก เช่นเคย เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่เกาะหมากวันที่ 9 มีนาคม 53 คราวนี้เอารถยนต์ส่วนตัวไปกัน 6 คนจากที่ตกลงกันแต่แรกว่าจะเหมารถตู้ไปกัน8 คน สุดท้ายก็เหลือ 6 คน มีนายหนึ่ง ขุน ชิต กุ้ง กระแต และผม ซึ่งต่างมีงานประจำทำกันก็ต้องลาพักผ่อนกันสามสี่วัน ก็ต้องเครียร์งานกันเพื่อให้ใครมาด่าตามตูดตอนไปเที่ยวกัน ติดตามเรื่องราวต่อได้ในตอนต่อไปนะครับ เอหรือว่าไปเจอกันที่เกาะหมากโดยมีคุณหนุ่ยจาก www.ilovekohmak เป็นที่ตั้ง 555   วันที่ 10 ถึง 13 มีนาคมนี้นะครับ  
 
   เกาะหมาก รอผมด้วยนะ


 
(เรื่องโดย โอตะ)

 

เกาะหมาก ฉันรักเธอจัง ภาค 2




เรื่องเล่าจากเหล่าผู้มาเยือนเกาะหมาก

เมษาหน้าร้อนไปพักผ่อนที่เกาะหมาก (ครั้งที่ 2) article
11 ชีวิตตะลุยเกาะหมากช่วงพายุเข้า...อย่างนี้ต้องพึ่งสิ่งศักสิทธิ์ article
สวัสดีเกาะหมาก No.7 article
ท้องทะเล หาดทราย สายฝน กับวันเบาๆ article
ฝนตก ฟ้าใส ผจญภัย ณ เกาะหมาก article
โสดโลดแล่น 5...ชีวิตแสนสุขที่ซินนาม่อนอาร์ตรีสอร์ท เกาะหมาก article
ฮันนีมูนทริปที่ซินนาม่อน article
หลบร้อนไปพักใจที่เกาะหมาก article
หนีความวุ่นวายจากกรุงเทพ...ไปเสพความสบายที่เกาะหมาก article
โสดโลดแล่น 3 ถึงซะทีเกาะหมาก article
โสดโลดแล่น 2 ก่อนจะถึงเกาะหมาก article
โสด..โลดแล่นอีกครั้ง ตอน 1 article
ทริปเกาะหมากกับ iStudio และ dot life article
หน้าฝนบนเกาะหมาก article
ทริปสั้นๆแต่ความทรงจำฉันยาว article
การเดินทางของโอ๋กับเล็ก article
ทะเลหน้าฝน...กับคนคุ้นเคย article
เที่ยวเกาะหน้าฝนไม่สนุก...หลอก article
โสดโลดแล่น 6... ตระเวณกิน ตระเวณดื่ม article
ไปดูงานที่เกาะหมาก article
โสดโลดแล่น 4 ค่ำคืนแรกบนเกาะหมาก article
เมื่อหัวใจเราเดินทาง... article
หนีนายไปเกาะหมาก article
ตกหลุมรักเกาะหมาก article
ปัจฉิมฮาเฮ ณ เกาะหมาก article
เกาะหมาก ฉันรักเธอจัง ภาค 2 article
คิดจะเที่ยวเกาะ อย่าลืมนึกถึงเกาะหมาก article
ฮันนีมูนที่เกาะหมากของหนุ่มแดนปลาดิบกับสาวแดนปลาเค็ม article
พักใจ สบาย สบาย ที่เกาะหมาก article
มีอะไรดีที่เกาะหมาก article



Copyright © 2009 All Rights Reserved by iLoveKohMak.com